*This picture is for advertising only
TIPS
CREATING YOUR IDEAL HOME


ข้อคิดก่อนซื้อที่อยู่อาศัย (อยู่เอง + ลงทุน)

สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่าน TOL ที่รัก พบกันอีกแล้วนะคะ ก่อนอื่นคุณนายก็ต้องขอสารภาพตรง ๆ ว่าตอนนี้คุณนายน่ะคิดไม่ออกค่ะ ว่าจะเขียนเกี่ยวกับอะไรดี คิดมาหลายหัวข้อ อันนี้ก็ไม่ใช่ อันโน้นก็ไม่ชอบ เขียนหลาย ๆ ตอนเข้าบางทีมันก็หมดมุกได้เหมือนกัน นะคะ แล้วคุณผู้อ่านรู้ไหมว่าคุณนายน่ะเขียนใน Thinkofliving มาได้ครบหนึ่งปีแล้ว! ^^ คุณนายยังไม่เชื่อตัวเองเลยนะคะว่าจะเขียนได้ทนขนาดนี้ 555

สำหรับตอนนี้คุณนายเลยได้ขออนุญาตนำกระทู้ของคุณ new เพื่อนสมาชิกใน webboard ของ Thinkofliving ที่คุณนายชอบมาก ๆ และเห็นว่ามีประโยชน์มากมาแบ่งปันกันค่ะ โดยคุณนายขออนุญาตปรับเปลี่ยนหัวข้อสักเล็กน้อย

ข้อควรพิจารณาก่อนการซื้อที่อยู่อาศัยในทรรศนะของคุณ new มีประเด็นอะไรบ้าง อ่านได้ตามนี้เลยค่ะ

1. ควรวิเคราะห์ทำเลด้วยตนเอง

บางครั้งผู้ซื้อที่อยู่อาศัยขาดการวิเคราะห์ทำเลด้วยตนเอง มีผลให้เวลาอยู่จริงมีปัญหาไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร เราควรแวะเวียนเข้ามาดูในหลาย ๆ ช่วงเวลา เพื่อให้เห็นสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของเราเอง อาทิเช่น เพื่อนบ้าน ที่ดิน ตึกข้างเคียง การจราจร ร้านค้า ร้านอาหาร ฯลฯ ไม่มีใครบอกถึงความเหมาะสมของโครงการได้ดีเท่าตัวเราเอง คุณนายขอเสริมนะคะ หลัก ๆ เลยคือเรื่องของการเดินทางและการจราจร การเดินทางไปโรงเรียนลูก การเดินทางไปกลับจากที่ทำงาน ต้องลองไปดูตามเวลาที่เราต้องเดินทางจริง ๆ นะคะถึงจะเห็นภาพ และประเมินได้ชัดเจนว่าเราสะดวกไหม

2. ควรมีการวางแผนอนาคตที่ดี

ที่อยู่อาศัยเป็นภาระผูกพันกับเรายาวนาน ควรคิดล่วงหน้ายาว ๆ อย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป โดยพิจารณาความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น

  • รายได้คงที่เพียงพอผ่อนชำระต่อเนื่องหรือไม่ ถ้าเกิดต้องออกจากงานจะทำอย่างไร
  • จะมีเปลี่ยนงาน โยกย้ายที่อยู่เมื่อไหร่

คู่รักที่ช่วยกันผ่อนชำระจะมีบุตรเมื่อไหร่ หากมีปัญหาเลิกร้างกันจะทำอย่างไรหากมีปัญหาเกิดขึ้นคิดแต่เพียงว่าขายทิ้ง แต่อสังหาบางแห่งไม่ใช่ว่าจะขายกันได้ง่าย ๆ สภาพคล่องต่ำ ใครมีเงินทุนหมุนเวียนน้อยอาจมีปัญหาตามมา

3. ควรใช้วิจารณญาณของตนเองในการตัดสินใจ อย่าเชื่อคนง่ายเกินไป

ข้อนี้มือใหม่หลายคนเป็นกันบ่อย เพราะไม่มีพื้นฐานความรู้ที่จะไปวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับมา เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อที่ต้องศึกษา ข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งให้มากที่สุด ในโลกออนไลน์เราสามารถค้นหาข้อมูลของผู้ประกอบการผลงาน ปัญหาในอดีต ความรู้ด้านอสังหาต่าง ๆ ได้โดยง่าย จุดสำคัญคือเราต้องแยกแยะให้เป็นระหว่างข้อมูลที่เป็น “ข้อเท็จจริง” และ “ความคิดเห็น” ให้ได้ อย่าเชื่อเพียงเพราะเขาเป็นคนใกล้ชิด เพราะเขาเป็นเซียนอสังหา เพราะเค้าเป็นเซลล์ที่ให้ข้อมูลดีมาก (ซึ่งมักเสนอแต่ด้านดี) ไม่เว้นแม้แต่รีวิวต่าง ๆ ซึ่งควรดูแค่เป็นแนวทาง แล้วนำไปวิเคราะห์ต่อโดยใช้วิจารณญาณส่วนตัว ให้มาก ๆ ครับ

4. ไม่ควรยึดมั่นในความคิดเดิมๆ ของตัวเองมากเกินไป จนอาจเสียโอกาสที่จะได้เลือกในสิ่งที่ดีกว่า เช่น

  • ยึดมั่นในแบรนด์ของ Developer มาก จนคิดว่าทุกโครงการที่แบรนด์นี้สร้างต้องมีคุณภาพที่ดีเหมือนกันหมด ตามซื้อแต่เจ้านี้อย่างเดียว ไม่ได้สนใจ Developer อื่นในทำเลเดียวกันเลย
  • เชื่อว่าต้องซื้อมือ 1 เท่านั้น ไม่ซื้อมือ 2 หรือ Resale เด็ดขาด บางครั้งการซื้อที่อยู่เก่ามา renovate ใหม่อาจอยู่สบายกว่า หรือให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าก็เป็นได้
  • ถ้าไม่ได้ซื้อช่วง presale ก็ไม่เอาเลย ซื้อทีหลังก็กลัวโดนบวกราคาเพิ่มเยอะ เลยพาลไม่สนใจที่จะพิจารณาโครงการเลย ทั้ง ๆ ที่บางทีโครงการนั้นอาจเป็นที่อยู่ที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด

5. บาลานซ์การใช้อารมณ์และเหตุผลในการตัดสินใจ

ถ้าซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง มีแนวโน้มที่เราสามารถใช้อารมณ์ความชอบเป็นตัวตัดสินใจมากกว่าเหตุผล ก็ไม่ใช่เรื่องผิดถ้าอยู่ภายใต้งบประมาณที่เหมาะสม แต่ถ้าจะซื้อลงทุนเราควรใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์นะครับ

6. ไม่ควรเห็นแก่การเก็งกำไรมากเกินไป

ด้วยความโลภมองอะไรด้านเดียว คิดถึงแต่กำไรที่จะได้ แต่ไม่คิดถึงเรื่องขาดทุนและศักยภาพของตัวเองว่ารับความเสี่ยงได้ หรือไม่ เช่น เก็งกำไรใบจอง แต่ไม่สามารถขายต่อได้จนต้องขายขาดทุนหรือรับโอนห้องเป็นภาระทั้งที่ตัวเองไม่พร้อม

7. ควรมีจุดประสงค์ในการซื้อให้ชัดเจน เพื่อการวิเคราะห์ที่ตรงประเด็น

ซื้อเพื่อเก็งกำไรใบจอง —————----->   ต้องเป็นโครงการที่ Hot สุด ๆ ได้ห้องตำแหน่งดี
ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า, ขายต่อ ———->   มองอนาคต, demand ตลาดทำเลนั้นเป็นจุดสำคัญ
ซื้อเพื่ออยู่เอง ————————–----->   เน้นเรื่องอยู่สบาย คุณภาพชีวิต
ซื้อแบบเหตุผลก้ำกึ่ง ——————----->   ต้องชั่งใจเอาเองว่าจะให้น้ำหนักทางใดมากกว่ากัน
ซื้อเอาใจเซลล์สาวสวย ——————--->   เอาราคะตัณหานำเหตุผล จนตรรกะผิดพลาด
ซื้อเพราะภรรยาสั่ง ———————----->    “เรื่องนี้ นิวจะไม่ยุ่ง” กรรมเป็นของผู้ใดฉันใด
เงินของสามีก็ย่อมเป็นของภรรยาฉันนั้น (นิว จ้องสัมผัส)

8. การเลือกโดยใช้ความคุ้มค่าของราคาเทียบกับทำเลมาเป็นเหตุผลหลักในการซื้อไม่ถูกต้องเสมอไป (เห็นแก่ของถูก)

หลายคนโดนความคุ้มค่าของราคาที่ถูกมาบังตาจนลืมพิจารณาในด้านอื่น ๆ ที่สำคัญในการอยู่อาศัย ขอยกตัวอย่างดังนี้

ตัวอย่าง 1
คอนโดแห่งหนึ่งทำเลติดรถไฟฟ้า ราคาหยิบจับง่ายแค่ 2 ล้านต้น แต่ห้องมีขนาดเล็กยูนิตเยอะ คนที่จะอยู่เอง
ตอนซื้อไม่ทันได้คิดว่าถ้าถึงเวลาอยู่จริงในห้องเล็ก ๆ 2 คน จะอึดอัดแค่ไหน คุณภาพชีวิตไม่ดี ส่วนคนซื้อลงทุน ตอนซื้อไม่ได้คิดว่าหากอยู่ไม่สบาย ก็จะหาคนเช่ายาก มีแต่คนขายกันหมด จะปล่อยห้องก็ยาก supply ล้น

ตัวอย่าง 2
คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ห้องใหญ่กว่า ราคาถูกกว่า แต่ผู้ประกอบการขาดประสบการณ์และจรรยาบรรณ มี defect
เยอะ อยู่จริงหรือขายต่อก็มีปัญหาตามมา ทั้งนี้ไม่จำเป็นว่าคอนโดที่ราคาต่อตารางเมตรแพงกว่าต้องอยู่สบายกว่าคอนโดราคาถูกเสมอไปนะครับ ของที่ราคาพอเหมาะและดีในปัจจุบันก็ยังมีอยู่ครับ

9. ตัดสินใจในห้วงเวลาที่เหมาะสม

บางคนเป็นพวก perfectionist รอโครงการที่สมบูรณ์แบบตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ทุกอย่าง จนไม่ได้ซื้อสักที บ้างรอให้เกิด ฟองสบู่ อสังหาราคาตก แต่ไม่เกิด จนราคาวิ่งไปไกลซื้อไม่ไหวหรือเสียโอกาส บางทีซื้อวันหลัง ๆ อาจได้ราคาที่ถูกกว่าวันแรก ๆ เพราะอาจมีโปรโมชันดี ๆ มานำเสนอ หรือไปรอหาคนที่ขายด่วนทิ้งดาวน์ เป็นต้น ในสถานการณ์จริงคงไม่มีใครบอกได้ว่าตัดสินใจช้าหรือเร็ว ถูกหรือผิดจะรู้ก็ต่อเมื่อมันผ่านไปแล้ว ไม่มีใครรู้อนาคต แต่อยากให้ลองพิจารณาตนเองขณะนั้นว่ามีความโลภความอยากและความกลัวอยู่ด้วยหรือไม่ เพราะมันมักจะเป็นตัวที่ทำให้คนเราตัดสินใจผิดพลาด น้อยคนนักที่จะรู้ตัวครับ

10. ไม่ควรนำเงินออมทั้งหมดมาซื้อที่อยู่อาศัย โดยไม่กระจายความเสี่ยงไปลงทุนด้านอื่น ๆ

หลายคนทำแบบนี้เพราะเชื่อว่าเป็นการบังคับเก็บเงินไปในตัวและที่อยู่อาศัยเป็นความสุข รางวัลของชีวิต อย่างไรก็ดีชีวิตคนเรามีส่วนอื่นที่สำคัญไม่แพ้เรื่องที่อยู่ จึงอยากให้สำรองเงินออมด้านอื่นไว้บ้าง เมื่อไหร่ที่เกิดปัญหาไม่คาดคิด เราจะเห็น ความสำคัญของเงินออมส่วนนี้ครับ

11. ควรซื้อที่อยู่อาศัยให้พอดีกับกำลังของตน

บ้าน คอนโด ที่เราอยู่เองโดยไม่คิดจะขายหรือปล่อยเช่า ในทางทฤษฎีเราเรียกว่า “ทรัพย์สิน” แต่ในทางปฏิบัติมันคือ “หนี้สินก้อนใหญ่” ของชีวิต ซึ่งมันจะกระตุ้นแกมบีบบังคับให้เราทำงานหาเงิน แถมยังมีค่าใช้จ่ายในการดูแลอีกมากมาย ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ดังนั้นนกน้อยควรทำรังแต่พอตัวจะดีที่สุดครับ พอตัวคือแค่ไหนก็ตอบยาก ขอให้หลักของอาจารย์วีระ ธีรภัทร แล้วกันนะครับ “ที่อยู่อาศัยที่มากสุดที่เราซื้อได้ราคาไม่ควรเกิน 60 เท่าของเงินเดือน” เช่น เงินเดือน 1 แสน ซื้อได้ มากสุดคือ 6 ล้านครับ

12. ควรอ่านเว็บดี ๆ

เช่น Thinkofliving และกระทู้นี้ ก่อนตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

ครบแล้วค่ะ 12 ข้อ

REGISTER NOW
ลงทะเบียนวันนี้ รับส่วนลดถึง 100,000 บาท* สำหรับโครงการที่คุณสนใจ
* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
autostart